D&C : อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายใหม่ของเมียนมา



ลังจากได้มีการออกประกาศกระทรวงแผนการและการคลังฉบับที่ 2/2017 ลงวันที่ 10 มกราคม 2017 (“ประกาศใหม่”) ที่ผ่านมานั้น ประกาศใหม่เป็นประกาศเกี่ยวกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายฉบับใหม่ที่จะมีผลในการยกเลิกประกาศเก่าฉบับที่ 41/2010 และ 167/2011 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2017 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ มีข้อสังเกตในประกาศใหม่ที่น่าสนใจโดยสังเขปดังนี้

1. อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายใหม่
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายนั้นแบ่งตามประเภทของการจ่ายและประเภทผู้รับการจ่ายเงิน





2. ข้อสังเกตเกี่ยวกับค่าเช่า
ประกาศใหม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการจ่ายค่าเช่ามากกว่าประกาศเก่า เพราะมีการเพิ่มการจ่ายสำหรับการเช่าไว้อย่างชัดเจน ขณะที่ภายใต้ประกาศฉบับเก่าผู้ให้เช่าหลายรายได้ปฏิเสธที่จะให้ผู้เช่าหัก ณ ที่จ่ายค่าเช่าเพราะประกาศเก่าไม่ได้กล่าวถึงการจ่ายสำหรับการเช่าไว้

3. ข้อสังเกตเกี่ยวกับคำว่า “ในประเทศ”
เป็นที่น่าสังเกตว่าคำว่าในประเทศนั้น ขยายความเฉพาะการเช่า หรือรวมถึงสินค้าและบริการด้วย จะทำให้สินค้าที่ขายในต่างประเทศ บริการที่ทำในต่างประเทศ และการเช่าทรัพย์สินนอกประเทศไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด อันเป็นการเปลี่ยนแนวปฏิบัติให้ต่างจากประกาศเก่าซึ่งยกเว้นเฉพาะสินค้าที่ขายนอกประเทศเท่านั้น แต่ไม่ยกเว้นบริการที่จ่ายให้กับต่างประเทศ

4. ความตกลงว่าด้วยภาษีซ้อนระหว่างเมียนมากับชาติอื่น
ผลของความตกลงเกี่ยวกับภาษีซ้อนระหว่างเมียนมากับชาติอื่นมิได้เป็นไปโดยอัตโนมัติ ผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่จะต้องขอใบรับรองการใช้สิทธิในความตกลงเกี่ยวกับภาษีซ้อนระหว่างเมียนมากับชาติอื่นจากกรมสรรพากรเสียก่อน ถึงจะมีสิทธิถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายน้อยลงตามที่ความตกลงเกี่ยวกับภาษีซ้อนระหว่างเมียนมากับชาติอื่นนั้นกำหนด

5. แบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ในประกาศใหม่ได้ปรับเปลี่ยนการทำแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเดิมที่จะต้องทำแบบส่งสรรพากรแล้วรอสรรพากรออกใบเสร็จ จึงนำใบเสร็จไปส่งมอบให้ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งทำให้บางครั้งผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายต้องรอเวลาร่วมเดือนจึงได้หลักฐานทางการในการถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นการให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายต้องทำแบบขึ้นมาโดยมีสำเนาสองฉบับ ต้นฉบับนำส่งผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย สำเนาให้นำส่งสรรพากรและเก็บไว้อ้างอิงอย่างละฉบับทั้งนี้ในปัจจุบันแบบที่ใช้เป็นแบบใหม่มีแต่ภาษาพม่าเรียกว่าฟอร์ม ปะตะขะ(วะงะ)–17 ซึ่งมีตัวอย่างให้ได้อ้างอิงแนบท้ายจดหมายข่าวฉบับนี้และสามารถดาวน์โหลดได้จากwww.irdmyanmar.gov.mm ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของกรมสรรพากรของเมียนมา

ในแบบฟอร์มดังกล่าวก็ยังคงคำเตือนในการนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายไว้ไม่ต่างจากประกาศฉบับก่อน กล่าวคือ หากรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจเป็นผู้หัก ณ ที่จ่ายจะต้องนำส่งในวันเดียวกับวันที่หัก แต่หากเป็นเป็นหน่วยงานอื่นจะต้องนำส่งภายใน 7 วัน ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติภายใต้ประกาศฉบับเก่านั้นเจ้าหน้าที่สรรพากรที่มีหน้าที่รับผิดชอบอยู่อาจผ่อนปรนกำหนดรอบการจ่ายเป็นอย่างอื่น ซึ่งน่าสนใจว่าการบังคับใช้กฎหมายภายใต้ประกาศฉบับใหม่มีความเคร่งครัดเพียงใด





6. สกุลเงินที่ต้องใช้หัก ณ ที่จ่าย
หากเป็นผู้รับเงินเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในเมียนมาไม่ว่าเป็นต่างชาติหรือพลเรือนจะต้องหักภาษีในสกุลจ๊าต แต่หากเป็นผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่จะต้องหักเป็นสกุลที่มีการจ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้นำส่งในบัญชีธนาคารของกรมสรรพากร (revenue department) ในนามของผู้รับเงิน ในทางปฏิบัติสรรพากรอาจกำหนดระยะเวลาที่ต้องนำส่งในแต่ละกรณีไว้ด้วย

7. สถานะของภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นส่วนหนึ่งของภาษีเงินได้ที่ผู้รับเงินได้เสียผ่านทางผู้หัก ณ ที่จ่ายล่วงหน้าแล้ว ทั้งนี้ ผู้ที่มีเงินได้ที่เป็นพลเมืองหรือมีถิ่นที่อยู่ในเมียนมาอาจใช้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในการเครดิตภาษีและขอคืนได้หลังการยื่นภาษีปลายปีภาษีเรียบร้อยแล้วและภาษีที่ได้หักไว้จ่ายเกินกว่าที่ต้องจ่าย แต่กรณีผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ภาษีในเมียนมาไม่อาจขอคืนได้ (final tax) ทั้งนี้ ประกาศใหม่ได้ยกเว้นสาขาของบริษัทต่างประเทศสามารถขอคืนภาษีได้เช่นเดียวกับผู้มีถิ่นที่อยู่ภายในประเทศหลังการยื่นภาษีปลายปีภาษีเรียบร้อยแล้วและภาษีที่ได้หักไว้จ่ายเกินกว่าที่ต้องจ่ายเช่นกัน

8. ขั้นต่ำของการจ่ายที่จะหัก ณ ที่จ่ายได้
ในประกาศใหม่ได้เพิ่มขั้นต่ำของการจ่ายที่จะต้องหักที่จ่าย ได้เป็นกรณีการจ่ายที่ไม่ต่ำกว่า 500,000 จ๊าต (จากเดิม 300,000 จ๊าต) ในปีภาษีเดียวกัน

9 ข้อสังเกตการจ่ายที่ไม่อยู่ในบังคับการหัก ณ ที่จ่าย.
การหักภาษี ณ ที่จ่ายนั้นไม่ใช้กับการจ่ายระหว่างหน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจด้วยกัน และไม่ใช้กับดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้กับสาขาของธานาคารต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาต

10. บริษัทที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้?
ท่านอาจมีคำถามว่าแล้วบริษัทที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามกฎหมายการลงทุนหรือกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้วยังจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอยู่หรือไม่ ตามประกาศใหม่นั้นไม่ได้กล่าวถึงกรณีนี้ แต่หากยึดตามทางปฏิบัติตามประกาศเก่าจะต้องให้กรมสรรพากรออกใบประกาศยืนยันการยกเว้นการถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นรายกรณีไป

ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าใดๆ ทางสำนักงานของเราจะนำเสนอในจดหมายข่าวฉบับต่อๆ ไปให้ทุกท่านได้ทราบกัน

DCM Newsletter 17001 WHT Rates.pdf



Pakpoom Vetvitayanuwat
02 June 2017