D&C : ภาษีการค้า (Commercial Tax) ของเมียนมา



มียนมาได้ใช้กฎหมายภาษีการค้ามาตั้งแต่ปี และหลังจากที่เปิดประเทศและรัฐสภาเมียนมา (Pyidaungsu Hluttaw) ใช้อำนาจนิติบัญญัติในการปรับปรุงระบบภาษีโดยการออก Union Tax Law เป็นประจำทุกปี ทำให้ระบบภาษีของเมียนมา รวมถึงภาษีการค้าของเมียนมามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ มีข้อสังเกตที่น่าสนใจโดยสังเขปดังนี้


1. ลักษณะของภาษีการค้า
ภาษีการค้านั้นเป็นภาษีที่มีฐานภาษีมาจากการทำธุรกรรมไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การให้บริการ การนำเข้า หรือส่งออก ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลีงกับภาษีมูลค่าเพิ่มในไทยแต่เป็นระบบที่เก่ากว่า
ภาษีการค้าในเมียนมามีทั้งแบบที่เป็นภาษีทางตรง คือผู้นำส่งภาษีเป็นผู้รับภาระภาษี เช่นในกรณีผู้นำเข้าที่จะต้องนำส่งภาษีที่ตนชำระด้วยตนเอง และแบบที่เป็นภาษีทางอ้อม คือผู้นำส่งภาษีไม่ใช่ผู้รับภาระภาษี เช่นในกรณีที่ผู้ขายสินค้าในประเทศนำส่งภาษีการค้าที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้า
ทั้งนี้ ยังมีภาษีอีกชนิดที่เก็บบนสินค้าบางจำพวกเพิ่มต่างหากอีกด้วย ซึ่งจะต้องไม่สับสนกับภาษีการค้า นั่นคือภาษีสินค้าพิเศษ (Tax on Special Goods) ซึ่งจะมีรายละเอียดในจดหมายข่าวฉบับต่อไป



2. หน้าที่ในการจดทะเบียนเข้าระบบภาษีการค้า
ผู้ประกอบกิจการผลิตการค้าหรือบริการจะต้องจดทะเบียนเข้าระบบภาษีการค้า 1 เดือนล่วงหน้าก่อนการประกอบกิจการในปีภาษีที่จะมีรายได้ที่ต้องเสียภาษีการค้า
ทางสำนักงานภาษีจะออกหนังสือสำคัญจดทะเบียนผู้อยู่ในระบบภาษีการค้าให้ซึ่งมีอายุ 1 ปีภาษี ผู้อยู่ในระบบภาษีการค้าจะแขวนหนังสือสำคัญจดทะเบียนนั้นที่สำนักงานใหญ่ให้สาธรณชนเห็นโดยง่าย
ผู้อยู่ในระบบภาษีต้องแจ้งการเริ่มการประกอบการภายใน 10 วัน และจะต้องต่ออายุหนังสือสำคัญจดทะเบียน ภายใน 1 เดือน ก่อนหนังสือสำคัญจดทะเบียนนั้นหมดอายุ



3. เกณฑ์ขั้นต่ำในการเก็บภาษีการค้า
แม้ว่าจะเข้าระบบแล้ว แต่การจะต้องทำหน้าที่ในการเรียกเก็บและนำส่งภาษีการค้าหรือไม่นั้นจะต้องพิจารณาว่าอยู่ในเกณฑ์คุณสมบัติที่ได้รับยกเว้นจากหน้าที่ดังกล่าวหรือไม่ โดยผู้อยู่ในระบบภาษีการค้าจะต้องมีครบทุกคุณสมบัติดังต่อไปนี้


o การผลิตและขายสินค้าที่ต้องเสียภาษีการค้าภายในประเทศมียอดขายยังไม่เกิน 50,000,000 จ๊าตในหนึ่งปีภาษี
o ให้บริการที่ต้องเสียภาษีการค้าที่ยังมียอดให้บริการไม่เกิน 50,000,000 จ๊าตในหนึ่งปีภาษี
o การซื้อมาขายไป (Trading) ที่ยังมียอดขายไม่เกิน 50,000,000 จ๊าตในหนึ่งปีภาษี
o มีมูลค่าของสินค้าที่ได้ส่งและได้รับ ยังไม่เกินขั้นต่ำ (diminimis value threshold) ที่กรมศุลกากร(Customs Department) กำหนดไว้


(ตามแนวการตีความของรัฐบาลในปัจจุบันตามแนวเดิมที่ปรากฏใน Notification No. 118/2012 ลงวันที่ 15 มี.ค. 2012)


4. การยกเว้นหรือบรรเทาจากภาระภาษีการค้า
กระทรวงแผนการและการคลังโดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีอาจอนุญาตหรือลดย่อนภาระภาษีการค้าให้ธุรกิจที่ดำเนินการโดยองค์กรท้องถิ่นหรือต่างชาติด้วยเงินบริจาค เงินสนับสนุน หรือเงินกู้ยืม


5. สกุลเงินในการคำนวณภาษีการค้า
การคำนวณภาษีการค้าให้คิดคำนวณและนำส่งรัฐบาลด้วยสกุลเงินจ๊าตเป็นหลัก แม้ว่าธุรกรรมจะทำในสกุลเงินต่างประเทศและเรียกเก็บเป็นสกุลเงินต่างประเทศก็ตาม


6. อัตราภาษีการค้าสำหรับสินค้า
อัตราภาษีการค้านั้นแตกต่างกันไปตามแต่ธุรกรรมและประเภทของสินค้า ซึ่งหากไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น อัตราร้อยละ 5 จะเป็นอัตราที่ใช้กับการขายในประเทศ การบริการและการนำเข้า โดยมีรายละเอียดของการยกเว้นหรือการเก็บอัตราอื่นโดยสังเขปดังต่อไปนี้

กรณีสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีการค้าสำหรับทุกธุรกรรม
อาทิ ผลผลิตทางการเกษตรหลายรายการ น้ำตาล ใบหม่อนและตัวไหม สารฟอกขาว น้ำปลาและกะปิ น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันงาและน้ำมันมะพร้าว เนื้อสัตว์ นมและนมถั่วเหลือง ไข่สัตว์ปีก ปุ๋ยยากำจัดศัตรูพืช อุปกรณ์การเกษตร ยาสำหรับคนและสัตว์ น้ำยางและถุงยางอนามัย ตำรา สมุด กระดาษ ดินสอ ไส้ดินสอและชอล์ค ฟิล์มและเครื่องเอ็กซ์เรย์ รถดับเพลิง สินค้ายกเว้นภาษี (duty-free articles) น้ำมันสำหรับเครื่องบินขาออก อัญมณีที่ขายในงานที่จัดขึ้นในประเทศโดยรัฐบาล เป็นต้น

กรณีบริการที่ได้รับการยกเว้นภาษีการค้า
บริการที่จอดรถ ประกันชีวิต บริการไมโครไฟแนนซ์และบริการทางการเงินและธนาคารที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารกลาง บริการทางการแพทย์ยกเว้นการเสริมความงามของร่างกาย บริการการศึกษา บริการขนส่ง บริการตลาดทุน บริการผ่านการตรวจศุลกากร บริการเช่าของสำหรับงานสังคม จ้างทำของด้วยการให้วัตถุดิบ บริการงานศพ บริการเลี้ยงเด็ก บริการนวดโบราณแบบเมียนมา/นวดโดยคนตาบอด บริการย้ายบ้าน ค่าผ่านทาง ค่าบริการสุขภาพสัตว์ ค่าห้องน้ำสาธารณะ ค่าขนส่งทางอากาศออกนอกประเทศ บริการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ บริการทางศิลปะและวัฒนธรรม ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต บริการรัฐ ลอตเตอรี บริการทำฟาร์มเชิงอุตสาหกรรม (industrial farming) เป็นต้น

กรณีสินค้าส่งออก
ผู้ส่งออกอาจได้รับเครดิตการคืนภาษีหากภาษีการค้าที่จ่ายไปเพื่อการผลิตหรือการซื้อสินค้านั้นมาน้อยกว่าภาษีการค้าที่ต้องจ่ายเพื่อการส่งออก นอกจากเข้าข้อยกเว้นดังต่อไปนี้
- สินค้าที่ส่งออกนั้นซื้อในประเทศเพื่อใช้ประโยชน์ของตนในต่างประเทศ
- สินค้าและบริการนั้นที่ส่งออกไม่มีภาระภาษีการค้า
สินค้าส่งออกจะถูกเก็บภาษีการค้าที่อัตราร้อยละ 0 จากรายได้ที่ส่งออกนั้น นอกจากการส่งออกไฟฟ้าที่ภาษีการค้าจะเก็บที่อัตราร้อยละ 8 และการส่งออกน้ำมันดิบจะเก็บที่อัตราร้อยละ 5 ทั้งนี้ กิจการที่ส่งออกไฟฟ้าและน้ำมันดิบอาจได้รับการยกเว้นภาษีการค้าจากการส่งเสริมการลงทุนด้วยคณะกรรมการการลงทุนเมียนมา (MIC) หรือคณะกรรมการจัดการเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ committee)

กรณีสินค้าบริการที่มีภาระภาษีการค้าในอัตราอื่นๆ
- ร้อยละ 3 จากรายได้การขนส่งผู้โดยสารในประเทศ
- ร้อยละ 3 จากรายได้การขายอาคารภายในประเทศ
- ร้อยละ 1 จากรายได้การขายอัญมณีและทองคำ






7. การนำส่งภาษีการค้า

ผู้ประกอบการจะต้องเรียกเก็บภาษีการค้าจากลูกค้าในสินค้าบริการที่มีภาระภาษีการค้าตามอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ และรับผิดชอบนำส่งภาษีการค้านั้นให้กับทางรัฐ


หน้าที่รายเดือน

ผู้ประกอบการจะต้องใช้ฟอร์มใบนำฝากที่เป็นภาษาพม่า (challans) เพื่อนำฝากภาษีการค้ารายเดือน การนำฝากเงินภาษีการค้านั้นจะต้องทำให้เสร็จสิ้นภายใน 10 วันหลังจากสิ้นเดือนของแต่ละเดือน จำนวนเงินที่ต้องนำฝากนั้นให้คำนวณจากสินค้าที่ได้ขายออกไปเป็นหลัก แล้วให้เอาเครดิตภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อที่จ่ายไปแล้ว ตามฟอร์มที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ทางหน่วยงานภาษีอาจใช้ดุลพินิจในการผ่อนผันให้ดำเนินการเป็นรายสามเดือนได้ในทางปฏิบัติหากกิจการมีขนาดเล็กและจำนวนธุรกรรมมีจำนวนน้อย หรือผ่อนผันให้ใช้ฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์อื่นได้หากกิจการมีธุรกรรมจำนวนมาก


หน้าที่รายสามเดือนและรายปี

ผู้ประกอบการจะต้องใช้ฟอร์มแจ้งที่หน่วยงานภาษีที่เป็นภาษาพม่าที่กำหนดไว้ในการแถลงผลการดำเนินงานและจัดเก็บนำส่งภาษีการค้าทุกสามเดือนและทุกสิ้นปีภาษีอีกด้วย

DCM Newsletter 17002 CT.pdf



Pakpoom Vetvitayanuwat
07 September 2017